อเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพที่รวบรวมเอาผู้คนจากหลากหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก ทำให้เกิดวัฒนธรรมมากมายหลากหลายแตกต่างกันออกไป ซึ่งอเมริกานั้นมีพื้นที่ใหญ่โตมาก การเลือกเที่ยวด้วยวิธี Road Trip ขับรถท่องเที่ยวไปตามเมืองต่างๆ อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับที่นี่ ซึ่งนอกจากจะได้เลือกสถานที่เที่ยวได้อย่างใจแล้วยังได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park)

America-9

ภาพจาก:iStockphoto

อุทยานแห่งชาติ เยลโลว์ สโตน (Yellowstone National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและเป็นอุทยานแห่งแรกของโลกด้วย โดยมีเนื้อที่ทั้งหมดอยู่ในรัฐไวโอมิ่ง ซึ่งมีทางเข้าสู่อุทยานถึง 4 ทาง คือ ด้านตะวันตกจากไอดาโฮ ด้านเหนือจากมอนทาน่า ส่วนทางด้านใต้และด้านตะวันออกในไวโอมิ่ง

West Thumb
West Thumb 01
Yellowstone National Park
Grand Canyon of Yellowstone

ภาพจาก:Expedia View Finder

พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานนั้นประกอบไปด้วยที่ราบสูงและภูเขาสูง มีทะเลสาบเยลโลว์สโตน ที่เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ และไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ บ่อน้ำพุร้อนสีรุ้ง (Grand Prismatic Spring) โดยมีจุดเด่นอยู่ที่สีสันสวยงามแปลกตา เพราะบริเวณตรงกลางบ่อจะเป็นสีฟ้า ถัดออกมาก็จะเป็นสีแดง และสีส้มที่บริเวณขอบ ไล่เฉดสีกันอย่างสวยงาม เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างถึง 370 เมตร ลึกประมาณ 121 เมตร

น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls)

America-3

ภาพจาก:iStockphoto

น้ำตกขนาดใหญ่ที่เป็นที่คุ้นตากันดี เกิดจากมวลน้ำมากมายจากแม่น้ำไนแอการาไหลมาถึงจุดยุบตัวของแผ่นดินทำให้เกิดเป็นน้ำตกขนาดมหึมาที่สูงมากกว่า 50 เมตร และกว้างถึง 300-800 เมตร โดยน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ ที่พรมแดนระหว่างอเมริกากับแคนาดา

น้ำตกไนแอการา 02
น้ำตกไนแอการา

ภาพจาก:Expedia View Finder

เราสามารถชื่นชมความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกนี้จากหอคอยที่ยื่นเข้าไปจนใกล้ชิดกับน้ำตกชนิดที่ว่าจะต้องใส่เสื้อกันฝนกันละอองน้ำที่สาดเข้ามา หรือสามารถที่จะล่องเรือลำใหญ่ไปตามแม่น้ำเพื่อเยี่ยมชมความสวยงามแบบใกล้ชิดก็ได้เช่นกัน 

แอนเทอโลป แคนยอน (Antelope Canyon)

America-5

ภาพจาก:iStockphoto

แอนเทอโลป แคนยอน (Antelope Canyon) เป็นร่องหินที่มีสีสันสวยงาม อยู่ในรัฐ Arizona มีลักษณะเป็นร่องหินสูงใหญ่ มีริ้วและสีสันสวยงามที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ลม และแดดเป็นเวลานาน หุบเขาหินสีแดงแห่งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ Upper Antelope Canyon และ Lower Antelope Canyon ซึ่งบางจุดที่สามารถเดินเข้าไปได้ ซึ่งเราก็จะได้เห็นภูเขาหินที่โดนแสงแดดมากระทบเป็นสีแดงสวยงามประทับใจ

 
ธารน้ำแข็ง Mendenhall Glacier

America-6

ภาพจาก:iStockphoto

ความสวยงามของเมืองแห่งน้ำแข็งอย่าง Alaska เป็นจุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต เมืองที่เต็มไปด้วยภูเขาสูงใหญ่ปกคลุมด้วยหิมะ และไฮไลท์คือธารน้ำแข็งขนาดมหึมาอย่าง Mendenhall Glacier ที่เมือง Juneau ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,500 ตารางไมล์ โดยสามารถซื้อทัวร์ท้องถิ่นเพื่อเข้าไปชมธารน้ำแข็งแห่งนี้ และนอกจากนี้ก็ยังมีถ้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งใสดุจคริสตัลอีกด้วย

Mendenhall Glacier 01
Mendenhall Glacier 02

ภาพจาก:Expedia View Finder

แฟร์แบงค์ (Fairbanks) รัฐอลาสก้า (Alaska)

America-8

ภาพจาก:iStockphoto

Fairbanks เป็นเมืองใหญ่ทางตอนเหนือของ Alaska ถ้ามาช่วงหน้าร้อน แสงอาทิตย์แทบจะมีตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว และเราสามารถชมแสงเหนือออโรรา (Northern Light Aurora) ได้จากที่นี่เพราะละติจูดอยู่ตำแหน่งพอดีที่จะเห็นแสงเหนือได้ โดยใช้วิธีการขับรถไปยังสถานที่โล่งกว้าง ห่างจากแสงไฟของเมือง หรือบนเนินเขา เพื่อรอชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาตินี้ในวันที่ฟ้าเปิด

แสงเหนือออโรรา
ชมแสงเหนือ

ภาพจาก:Expedia View Finder 

เมืองเซนทราเลีย (Centralia)

America-4

ภาพจาก:iStockphoto

เมืองเซนทราเลีย (Centralia) เดิมนั้นเคยมีเหมืองถ่านหินมาก่อน จากนั้นได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ในเดือนพฤษภาคมปี 1962 โดยการจุดไฟเผาขยะในบ่อของเหมืองที่อยู่ใต้ดินแล้วไม่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้ไฟลุกติดกับถ่านหินที่อยู่ใต้ดินของทั้งเมือง ผลในการเกิดไฟไหม้ครั้งนั้นทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากเมืองทั้งหมด และจนป่านนี้ไฟที่เคยไหม้อยู่ใต้ดินก็ยังคงไหม้ต่อเนื่องอยู่อย่างนั้นมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ทำให้ตอนนี้แทบจะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเมืองนี้อีกแล้ว เนื่องจากในเมืองนั้นมีอุณหภูมิที่สูงมาก และยังมีหมอกควันพิษปกคลุมเมืองอยู่ตลอดเวลา โดยนักธรณีวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่ากว่าถ่านหินจะไหม้หมดนั้นก็อีกประมาณ 250 ปีเลยทีเดียว

ด้วยความร้างของสภาพบ้านเมืองทำให้ที่นี่กลายเป็นแรงบันดาลใจในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Silent Hill (เมืองห่าผี) และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของผู้ที่ชอบท้าทายความอันตรายอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์ (Death Valley National Park)

America-11

ภาพจาก:iStockphoto

อุทยานแห่งชาติหุบเขามรณะนี้ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่หุบเขาที่ต่ำที่สุด และแห้งที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเนวาดา ไฮไลท์ของที่นี่คือการชม ทะเลสาบเกลือ หรือ ลานเกลือ (Salt Flat) ที่นี่จะถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาและเมื่อถูกแสงแดดที่ร้อนแรงแผดเผาในหน้าร้อน ทำให้น้ำในทะเลสาบระเหยออกไปหมดจนเหลือแค่เกลือเต็มไปหมด

Death Valley National Park
อุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์
Death Valley
เดธวัลเลย์

ภาพจาก:Expedia View Finder

ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสายนอกจากนี้ที่ Death Valley ก็ยังมีอีกสถานที่ที่น่าสนใจนั่นก็คือ Racetrack Playa โดยพื้นของ Playa นี้เป็นพื้นดินแห้ง ๆ แต่กลับมีรอยหินเดินได้ ทั้ง ๆ ที่หินพวกนี้ก็หนักหลายสิบกิโลกรัม โดยหินพวกนี้จะเคลื่อนที่ได้ก็ต่อเมื่อพื้นของ Playa เปียก และอุณหภูมิลดต่ำลงมากจนเป็นลานน้ำแข็งทำให้พอมีลมพัดมาหินเหล่านี้ก็จะเคลื่อนตัวได้ 

น้ำตกเพลิง (Horsetail Fall )

America-2

ภาพจาก:iStockphoto

Horsetail Fall น้ำตกหางม้าหรือน้ำตกเพลิง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite เป็นความงดงามที่หาดูได้ยาก โดยจะเห็นได้แค่ประมาณ 10 วัน ในเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ตกทำมุมตกกระทบมาที่น้ำตกพอเหมาะพอดี ทำให้เกิดเป็นแสงสีส้มแดงคล้ายสายลาวาไหลจากหน้าผาลงสู่เบื้องล่าง นั่นคือที่มาของน้ำตกเพลิงแห่งนี้เอง โดยช่างภาพมากมายจะหลั่งไหลเดินทางมาที่นี่เพื่อชมปรากฏการณ์นี้โดยเฉพาะ

อุทยานแห่งชาติ Yosemite
อุทยานแห่งชาติ Yosemite 01

ภาพจาก:Expedia View Finder 

บันไดไฮกุ (Haiku Stairs)

บันไดไฮกุ

ภาพจาก:http://factspod.blogspot.com

บันไดไฮกุมีอีกชื่อว่าบันไดสู่สวรรค์ เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่ถูกซ่อนไว้ตั้งอยู่บนเกาะโออาฮู ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะรัฐฮาวาย เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัย เพราะต้องเดินไต่บันไดเกือบ 4,000 ขั้น ผ่านวิวที่มีทัศนียภาพที่งดงามสามารถชมวิวได้360องศา ตลอดแนวสันเขาที่เป็นทางเดินขึ้น เพื่อพิชิตยอดสูงสุดของเขาไฮกุที่ 2,800 เมตร

Oahu Island
เกาะโออาฮู

ภาพจาก:Expedia View Finder

แต่เดิมนั้นเส้นทางนี้ได้ถูกใช้เพื่อเป็นเส้นทางเดินขึ้นสู่สถานีวิทยุของเจ้าหน้าที่ แต่ในปัจจุบันได้ย้ายไปใช้สถานีอื่น จึงทำให้ไม่ได้รับการดูแลและซ่อมแซม ทำให้ในปัจจุบันได้ถูกปิดไปแล้วเนื่องจากกลัวการเกิดอันตรายจากการชำรุดของบันได แต่หากยังมีนักท่องเที่ยวแอบขึ้นไปอยู่เสมอ เพื่อแลกกับความสวยงามของวิวด้านบน 

แกรนแคนยอน (Grand Canyon)

รวมที่เที่ยว

ภาพจาก:iStockPhoto

แกรนแคนยอน สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกนี้ ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซน่า เกิดจาการที่แม่น้ำโคโรลาโดไหลเซาะภูเขาและการกร่อนตัวของหินที เพิ่มขึ้นในทุกปี เกิดเป็นเขารูปร่างแปลกตาไม่เหมือนที่ใดในโลก แกรนแคนยอนแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ขอบผาด้านเหนือและใต้ ผาที่เห็นนั้นจะประกอบไปด้วยหินเป็นชั้นๆ ซึ่งเกิดจากการถูกแม่น้ำตัดผ่าน

แกรนแคนยอน
Grand Canyon
แกรนแคนยอน 01
รวมที่เที่ยว

ภาพจาก:Expedia View Finder

โดยมีอยู่ประมาณ 12 ชั้น ประกอบด้วยหินมากมายหลายชนิดและมีสีที่แตกต่างกันไปเป็นชั้น ๆ สีที่มีจะมีทั้งสีแดง ส้ม เหลือง ดำ และจะสวยงามยิ่งขึ้นเมื่อถูกแสงแดดกระทบ ที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ตลอดปี และยังมีกิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายด้วยกิจกรรมพายเรือล่องแก่ง ซึ่งการล่องแก่งที่นี่จะมีความยากลำบากมากเพราะสายน้ำมีความเชี่ยวและระดับน้ำยังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายช่วงอีกด้วย

สำหรับเราชาวไทยที่ต้องการไปเที่ยวอเมริกาจะต้องมีวีซ่า ขั้นตอนสำหรับการขอวีซ่าจะมีอยู่ประมาณ 4 ขั้นตอน คือ
1) กรอกแบบฟอร์มสมัครออนไลน์ที่ https://ceac.state.gov/genniv

2) และกรอกแบบฟอร์มยื่นคำร้องของวีซ่าออนไลน์ที่ http://www.ustraveldocs.com/th

3) แล้วนำแบบฟอร์มใบนำฝากเงินไปชำระค่าธรรมเนียมผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา

4) จากนั้นจองคิวเพื่อรอสัมภาษณ์ที่ https://cgifederal.secure.force.com/

สำหรับการเตรียมเอกสารเพื่อสัมภาษณ์ขอวีซ่าอเมริกานั้นสามารถศึกษาได้จาก http://www.ustraveldocs.com ค่ะ และเมื่อถึงวันนัดก็เดินทางไปสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกา ที่ถนนวิทยุ

ขอบคุณที่มา: travelblog