Siamtravel.me เที่ยวประเทศญี่ปุ่น | เที่ยวประเทศไทย | Siamtravel.me

ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีชื่อทางการคือ ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย……

ข้อดี: ญี่ปุ่นมีทางแยกที่สมบูรณ์แบบของสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย (เช็คเอาท์ชินคันเซ็นรถไฟขบวนสุดเจ๋งของญี่ปุ่น) และสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ (เกือบทุกเมืองมีวัดพุทธแบบโบราณ) ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนการ์ตูนที่ทันสมัยหรือนักรบซามูไรโบราณ และที่นั้นเหมาะสำหรับคุณ

จุดด้อย:  ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่าครองชีพแพง แต่ถ้าเราเอาเงินไทยแลกกับญี่ปุ่นก็ได้เยอะอยู่ ฟังอังกฤษไม่ค่อยออก(ก็พอๆกับประเทศไทย) เป็นประเทศนึงที่เกิดภัยพิบัตบ่อยมาก และของที่นั่นแพงมาก

 

10 สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

ในสมัยของสมัยก่อนประเทศซามูไรของญี่ปุ่นพยายามที่จะพิชิตโลกผ่านสงคราม วันนี้มันเป็นชัยชนะของโลกด้วยเทคโนโลยีที่ทำยอดเยี่ยมของสองและสี่ล้อยานยนต์และผ่านหัวใจของทุกคนที่เข้าเยี่ยมชมเกาะแห่งนี้ ประเพณีทางวัฒนธรรมหยั่งรากลึก, ศาลเจ้าและวิหารโบราณ, สวนสวย, ทิวทัศน์ภูเขาที่สวยงามเกอิชาและพิธีชงชาและห้องพักที่หลากหลายจากเรียวกังหรือร้านอาหารแปลกตาไปจนถึงโรงแรมสุดหรูที่ทันสมัย ภาพรวมของ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น:

 

10. Koya-sanเมืองศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขา

Koyasan เป็นเทือกเขาที่อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด Wakayama ในภูมิภาค Kansai ถึงแม้ว่าด้านบนจะมีวัดวาอารามกว่า 100 แห่ง แต่การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ได้จำเพาะแค่กิจกรรมจาริกแสวงบุญเท่านั้น นอกเหนือจากการศาสนาแล้ว สภาพแวดล้อมภูมิประเทศและสถาปัตยกรรมของที่นี่ก็มีความสมบูรณ์งดงามและน่าหลงใหล สำหรับการเดินทาง หากเราเริ่มต้นจากจังหวัด Osaka เราสามารถนั่งรถไฟที่สถานี Nankai Namba Station แล้วมาต่อรถไฟที่สถานี Hashimoto Wakayama (นั่งรถขบวน Nankai Koya Line) หลังจากนั้นจึงมาลงที่สถานี Gokurakubashi เพื่อโดยสาร cablecar รูปร่างประหลาดขึ้นไปยังด้านบน Koyasan

ส่วนที่เรียกกันว่าภูเขา Koya หรือ Koyasan นั้นเป็นชื่อที่ได้รับการดัดแปลงมาจากชื่อวัด Kongobu-ji ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญและมีความเก่าแก่ที่สุดที่สร้างขึ้น ในปี 816 ท่าน Kobo Daishi (หรือนิยมเรียกกันในอีกนามหนึ่งว่า “Kukai”) ได้รับอนุญาตจากทางราชสำนักให้สร้างวัด Kongobu-ji ขึ้นบนภูเขาที่มีความสูงราว 900 เมตรในป่าลึกเพื่อปลีกวิเวกจากสิ่งรบกวนมีตำนานเล่าว่าท่าน Kobo Daishi ได้ขว้างคฑา (แบบที่เราเห็นพระจีนชอบถือ) มาจากประเทศจีนที่ท่านได้ศึกษาพระพุทธศาสนา เมื่อท่านกลับมาที่ญี่ปุ่น ท่านได้เจอคฑาอันเดิมปักอยู่ที่ต้นสนต้นหนึ่งบนเขา Koyasan ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาต้นสนต้นนั้นจึงเป็นศูนย์กลางของวัด Kongobu-ji สืบมา

ภายในอาณาบริเวณของวัด Kongobu-ji มีกลุ่มสถาปัตยกรรมที่เรียกกันว่า Danjo Garan Complex (ซึ่งทำให้คนทั่วไปเรียกที่นี่ว่าวัด Danjo Garan ตามความสะดวก) เริ่มจากมหาสถูปทางด้านทิศตะวันตก (Saito) มีลักษณะเป็นสถูปแบบ Tahoto ที่สร้างขึ้นจากไม้ทั้งหลัง องค์ดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นในปี 887 มความสูง 27 เมตรส่วนองค์ปัจจุบันการสร้างทดแทนองค์เดิมเป็นครั้งที่ 5 ในปี 1834 ที่ได้รับความเสียหายจากอัคคีภัย สถาปัตยกรรมสำคัญลำดับต่อมาคือหอเก็บพระสูตรรูปหกเหลี่ยม (Rokkaku Kyozo) เป็นที่จัดเก็บพระสูตรฉบับสมบูรณ์ของทางพระพุทธศาสนา ฉบับภาษาจีน Kondo หรือ ศาลาทองคำ เป็นสิ่งก่อสร้างแห่งแรกๆบน Koyasan ศาลาปัจจุบันเป็นศาลาที่สร้างขึ้นแทนที่ของเดิมเป็นครั้งที่ 7

ศาลเจ้า Myo-jinja เป็นศาลเจ้าที่ปกปักพิทักษ์ป่าไม้และขุนเขาแห่ง Koyasan อยู่ภายใต้ร่มเงาของป่าสนภายใน Danjo Garan Complex สถูปทางด้านทิศตะวันออก (Toto หรือ Kongozanmai-in) เป็นสถูปแบบ Tahoto องค์เล็กที่สุดในอาณาเขตของ Danjo Garan สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1127 เพื่อเป็นการระลึกถึงการมรณภาพของท่าน Kobo Daishi สถูปดั้งเดิมได้รับความเสียหายจากอัคคีภัยในปี 1843 และสถูปองค์ปัจจุบันได้สร้างขึ้นใหม่อีกราวหนึ่งร้อยปีให้หลัง


สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของวัดคือสถูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขนานนามว่ามหาสถูป Konpon Daito ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยท่าน Kobo Daishi โดยใช้เวลาถึง 70 ปีแต่เป็นที่น่าเสียดายว่ามหาสถูปศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ทันเสร็จท่านก็ชิงมรณภาพไปเสียก่อน Konpon Daito มีรูปแบบสถาปัตยกรรมสถูปแบบ Tahoto ของญี่ปุ่นเช่นกัน มีความสูงถึง 49 เมตร มหาสถูปแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ 5 ครั้งเพื่อทดแทนองค์เดิมๆที่ชำรุดเพราะถูกฟ้าผ่าไฟไหม้ทุกๆครั้งในช่วงพันปีที่ผ่านมา องค์ปัจจุบันสร้างเสร็จในปี 1934 เพื่อทดแทนองค์ที่ถูกไฟไหม้ในปี 1843

 

9. เกาะอิชิงากิ

เกาะอิชิงากิ(Ishigaki Island) เป็นเกาะหลักของหมู่เกาะยาเอยาม่า(Yaeyama Islands) ตั้งอยู่ทางทิศใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งเดียวของหมู่เกาะยาเอยาม่า ประกอบด้วย สนามบิน สถานีขนส่งเรือ โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และบาร์ น้ำรอบๆ อิชิกากิ (Ishigaki) นั้นใสบริสุทธิ์จนเป็นสีฟ้า หาดทรายขาวยิ่งทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย แต่อย่าเอาแต่ยืนบนชายหาดและจ้องมองน้ำอยู่อย่างเดียว แนะนำให้นักท่องเที่ยวลองนั่งเรือที่มีก้นเรือเป็นกระจกใสสามารถแนวปะการังและปลาเขตร้อนใต้น้ำได้อย่างชัดเจน


เอร็ดอร่อยกับอาหารรสเลิศ ดำน้ำไปกับฝูงปลาต่างแดนสีสันสดสวยและแนวปะการัง และเข้าไปในถ้ำประดับไฟที่มีหินย้อยเรืองรอง อิชิงากิเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะยาเอะยามะของญี่ปุ่น ซึ่งมีหาดทรายขาวละเอียดและเนินเขาเป็นลูกคลื่นที่มีมอสขึ้นปกคลุม มาลองเล่นไคท์เซิร์ฟ กระดานโต้คลื่น และดำน้ำนอกชายหาดที่มีอยู่หลายแห่งของเกาะนี้ท่ามกลางทัศนียภาพตระการตา เรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ และชมตัวอย่างงานฝีมือพื้นเมือง
สำรวจแนวปะการังตระการตาใกล้กับหาดชิราโฮทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ชายหาดแห่งนี้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายไม่แออัด แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด เช่าสน็อกเกิ้ลหรืออุปกรณ์ดำน้ำจากผู้ให้บริการทัวร์ในหมู่บ้านชิราโฮที่มีเสน่ห์
พบกับหาดคิบาระเบย์ทางด้านเหนือของเกาะ ซึ่งมีชื่อเสียงจากผืนน้ำใสสีน้ำเงินเขียว มองดูเงาของเรือที่ทอดลงบนพื้นทะเล และพักผ่อนบนผืนทรายละเอียดสีขาว ห้ามว่ายน้ำที่นี่ แต่มีเรือท้องกระจกคอยพานักท่องเที่ยวเดินทางไปชมฝูงปลาต่างแดน


เดินทางขึ้นไปที่อุทยานคิบาระ ซึ่งมีศาลเจ้าที่น่าสนใจหลายแห่งอยู่ท่ามกลางต้นปาล์มสูง จุดชมวิวของที่นี่ให้คุณมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านของชายหาด มองดูยอดเขาโอโมโตะขนาดใหญ่จากระยะไกล อาบแดดบนสนามหญ้าเพื่อสัมผัสฤดูร้อนที่อบอุ่นอย่างทั่วถึงในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ส่วนเดือนสิงหาคมถึงกันยายนเป็นช่วงที่อากาศชื้นที่สุด ฤดูหนาวยังคงมีอากาศอบอุ่น และสำรวจหมู่บ้านด้วยการเดินเท้า เยี่ยมชมอิชิงากิเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมลิ้มรสอาหารที่มีเอกลักษณ์ และชมแนวชายฝั่งที่มีทิวทัศน์สวยงามตามเครือข่ายปะการังที่กว้างใหญ่

 

8. คานาซาวะ

คานาซาวะ(Kanazawa) ตั้งอยู่บริเวณภาคเหนือส่วนกลางของอิชิคาวะภูมิภาคนี้เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องคุณภาพของงานฝีมือ ประวัติศาสตร์ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน อาหารพื้นบ้านรสเลิศ ความน่าค้นหาของธรรมชาติและความเป็นมิตรผู้คนที่อาศัยอยู่ในระแวกนั้นนั่นเอง

คานาซะวะนั้นถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจอันรุ่งเรืองและอารยธรรมอันลํ้าค่าตั้งแต่สมัยเอโดะช่วงที่ขุนนางศักดินาชั้นสูงทั้งหลายต่างให้การสนับสนุนในเรื่องของการทำงานฝีมือและวัฒนธรรม ถือว่าเป็นโชคดีของคานาซาวะที่สามารถรอดพ้นจาดการทำลายล้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ ในปัจจุบันนี้ส่วนหนึ่งของเมืองเก่านั้นยังคงสภาพดีทั้งๆที่อยู่มาตั้งแต่สมัยโบราณ

เมืองที่มีวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันยาวนาน
เมืองคานาซาวะ (Kanazawa) ในจังหวัดอิชิคะวะ (Ishikawa) เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเป็นเมืองยอดนิยมที่สาวๆ มักพากันมาท่องเที่ยว หากใครมีโอกาสได้มาที่นี่ ขอแนะนำให้เดินเล่นไปตามถนนหนทางท่ามกลางบรรยากาศเก่าๆ พลางเอร็ดอร่อยกับการตระเวนชิมของหวาน และแวะช้อปปิ้งตามร้านขายของกระจุกกระจิกสไตล์ซักกะ (Zakka) น่ารักๆ มากมาย นอกจากนี้ยังมีสถานที่ให้ได้ทดลองทำงานฝีมืออันเป็นวัฒนธรรมโบราณของญี่ปุ่นอีกหลายแห่งเลยทีเดียว ในครั้งนี้จึงจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ๆ ในคานาซาวะให้นักท่องเที่ยวสาวๆ ได้รู้จักกัน

 7. ฮิโรชิมะ

จ.ฮิโรชิม่า นครฮิโรชิมะ คือเมืองเอกของจังหวัดฮิโระชิมะ และยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูโงะกุทางตะวันตกของเกาะฮนชู และยังเป็นเมืองแรกของโลกที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ทั้งทางตะวันตกติดทะเลเซะโตะในและทางตะวันออก-เหนือติดภูเขา โดยตั้งอยู่ใน ภูมิภาคจูโกกุ โดยเฉพาะเมืองฮิโรชิม่านั้นเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคจูโกกุและ ภูมิภาคชิโกกุ เลยก็ว่าได้ ที่นี่เจริญรุ่งเรืองทั้งด้านอุตสาหกรรมและการค้าขายมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว

นอกจากนี้ ในวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ทหารอเมริกันได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลงสู่เมืองฮิโรชิม่าเป็นครั้งแรกในโลกจนก่อให้เกิดความเสียหายและสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ในปัจจุบัน จุดทิ้งระเบิดปรมาณูได้รับการพัฒนาเป็น สวนสันติภาพฮิโรชิม่า จนกลายเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น

ส่วนเรื่องอาหารก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เพราะว่าในฮิโรชิม่าเต็มไปด้วยอาหารท้องถิ่นมากมายไม่ว่าจะเป็นโอโคโนะมิยากิสไตล์ฮิโรชิม่า, คุเระโฮโซะอุด้ง และไทเมชิ

6. คะมะกุระ

คะมะกุระ ป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว มีความเก่าแก่และเต็มไปด้วยวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม พร้อมด้วยศาลเจ้าและวัดมากมายรายล้อมเมืองให้คนในเมืองและนักท่องเที่ยวได้แวะเวียนมาสักการะ

ในสมัยก่อนนั้นคามาคุระเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญทางการทหาร เนื่องจากท่านมินาโมโต้ โยริโตโม้ (Minamoto Yoritomo) ได้เลือกเมืองนี้ให้เป็นหลักของฝ่ายทหารในปี 1192 แต่หลังจากศตวรรษที่ 14 เมืองนี้ก็ค่อยๆหมดอำนาจทางการปกครองลง และได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว ถูกขนานนามว่าเป็นเมืองเกียวโตตะวันออก (Kyoto of Eastern Japan) เนื่องจากมีวัด ศาลเจ้า และสถานที่ทางประวัติศาสตร์อยู่หลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีชายหาดที่สวยงามทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงซัมเมอร์

 

5. นิกโก

เมือง นิกโก้ Nikko ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว 140 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง  เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ค่อนข้างเงียบสงบ.  แต่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น (และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก) เพราะ  เป็นพื้นที่ของครอบครัวในตระกูลโทกุกาว่า  โดยเฉพาะโขกุนอิเอยะสุ โทกุกาว่า ผู้สร้างเมืองเอโดะให้เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ ( โตเกียว )  มาจนถึงปัจจุบันนี้   อัฐฐิของโชกุนท่านนี้ก็ยังบรรจุที่สุสาน (Ieyasu’s  graveyard)  ภายในบริเวณศาลเจ้าโทโชกุที่ยิ่งใหญ่  สวยงามด้วยผลงานศิลปะที่แปลกตาสลับซับซ้อน

 

4. ทะกะยะมะ

ทะกะยะมะ เมืองแห่งสายน้ำ วัฒนธรรมเก่าแก่ ณ จังหวัดกิฟู (Gifu) ตัวเมืองห่างจากโตเกียวประมาณ 300 กิโลเมตร ท่ามกลางขุนเขาที่โอบล้อมยังมีเมืองที่คงเอกลักษณ์ตั้งเดิมมาแต่โบราณ

ทะกะยะมะ

ทั้งยังมีทัศนียภาพงดงามราวกับอยู่ในเทพนิยายอย่างเมืองทาคายาม่า หรือที่ใครๆ เรียกว่า ฮิดะ ทาคายาม่า (Hida-Takayama) เมืองนี้อุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า การันตีด้วยความเป็นเมืองมรดกโลก

 

3. Nara

นะระ เป็นเมืองเอกของจังหวัดนะระ ในประเทศญี่ปุ่น เป็นอดีตนครหลวงของญี่ปุ่นในช่วง ค.ศ. 710 – 784 ดังนั้นภายในเมืองจึงมีสิ่งก่อสร้างโบราณมากมาย ทั้งวัด, ศาลเจ้า และโบราณสถานต่างๆ

นะระ

ซึ่งทำให้นครนะระ ได้รับจดทะเบียนเป็น อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์นะระโบราณในฐานะมรดกโลก อีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และได้ชื่อว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์ มนต์ขลัง

นะระ
ด้วยครั้งหนึ่งเมืองนาราเคยเป็นนครหลวงของญี่ปุ่น และเป็นเมืองซึ่งเปรียบเป็นหัวใจสำคัญทางศาสนาต่างๆ ทั้งยังคงความเป็นธรรมชาติที่งดงามไม้เป็นอย่างสูง ที่รับรองว่าหากคุณเลือก เที่ยวนารา แล้วล่ะก็จะต้องประทับใจไม่ลืมเลือน

เที่ยวประเทศญี่ปุ่น, นะระ

 

2. เคียวโตะ

เคียวโตะ หรือ นครเกียวโต เป็นเมืองเอกของจังหวัดเคียวโตะ และเป็นอดีตเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดว่าเป็นศูนย์กลางของเกาะฮนชู นอกจากนี้ นครเคียวโตะยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของ กลุ่มเมืองใหญ่ “เคฮันชิง” และนครเคียวโตะ ยังจัดว่าเป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 11 ของโลก ในปี พ.ศ. 2555 แม้วาจะมีหลักฐานทางโบราณคดีว่ามีการตั้งถิ่นฐานที่เกาะญี่ปุ่นประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสตกาล แต่ก็แทบจะไม่พบหลักฐานกิจกรรมของมนุษย์ใดๆเลยในบริเวณนี้ จนกระทั่งถึงคริสต์ศตวรรษที่ 6 ที่มีการค้นพบหลักฐานของมนุษย์ที่ศาลเจ้าชิโมะงะโมะ

เคียวโตะ
เคียวโตะ(Kyoto)เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างแท้จริง การมาเที่ยวญี่ปุ่นนอกจากเมืองหลวงอย่างเคียวโตะ(Tokyo)แล้ว เคียวโตะก็เป็นอีกเมืองหนึ่งไม่ควรพลาดเพราะเป็นเต็มไปด้วย วัดและศาลเจ้าเก่าแก่โบราณ ซึ่งแต่ละที่ก็จะมีความสวยงาม แตกต่างกันไป ทำให้เมืองเกียวโตมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

 

1.โตเกียว

โตเกียว หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า มหานครโตเกียวTokyo Metropolis) หรือเรียก เอะโดะ เป็น เมืองหลวง ของ ประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองแบบพิเศษซึ่งรวมการปกครองในรูปแบบ จังหวัด และ เมือง ไว้ด้วยกัน ทั้งนี้ เขตอภิมหานครโตเกียว จัดว่าเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในโตเกียวยังเป็นที่ตั้งของ พระราชวังหลวง ของ สมเด็จพระจักรพรรดิ

โตเกียว

โตเกียวได้ชื่อว่าเป็นมหานครที่ผสมผสานความหลากหลายของวัฒนธรรมอันเฉพาะตัว ดินแดนที่รวมแฟชั่นชั้นแนวหน้าและเทคโนโลยีอันทันสมัย แต่ไม่ละทิ้งสถานที่อันสงบและความร่มรื่นของธรรมชาติ โตเกียวเป็นเมืองที่แตกต่างอย่างลงตัว เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย และมาเที่ยวได้ในทุกฤดูกาล เพราะเมืองนี้มีอะไรให้เที่ยวชมได้สนุกและหลากหลาย จนต้องขอแนะนำว่าเป็นสถานที่หนึ่งในโลกที่ควรค่าแก่การมาเยือน

 

 

 

 

 

แชร์

One thought on “ประเทศญี่ปุ่น

  1. Pingback: Siamtravel.me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *