Siamtravel.me 10 ร้านอาหารยอดนิยม | Thailand travel | Siamtravel.me

10 ร้านอาหารยอดนิยม

10 ร้านอาหารยอดนิยม

อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีว่า อาหารไทยที่รสชาติอร่อยนั้นหาได้ไม่ยาก เกือบทุกที่ที่คุณผ่านนั้นล้วนแล้วแต่มีร้านอาหารดีๆตั้งอยู่ แม้แต่ร้านอาหารริมทางรสก็ยังอร่อยได้ไม่แพ้ร้านอาหารหลูๆ ในเมือง อาหารจะอร่อยหรือไม่อร่อยนั้นวัดกันไม่ได้ที่รูปร่างหน้าตาของอาหารจานนั้นๆ คุณต้องลองชิมมันด้วยตัวคุณเอง และนี้คือร้านอาหารที่เป็นที่ยิมกันมากในพื้นกรุงเทพมหานคร ที่สร้างสรรค์รสชาติด้วยเชฟชื่อดัง

 

10. ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์

เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของความหลงใหลในรสชาติอาหารที่แตกต่าง และความตั้งใจที่จะสืบสานตำรับอาหารไทยพื้นบ้านสูตรโบราณ ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จุดเริ่มต้นจากการหวนระลึกถึงอาหารสูตรฝีมือคุณยายของธนฤกษ์ กลายเป็นแนวคิดของ การฟื้นฟูตำรับอาหาร ที่เป็นมรดกตกทอดในครอบครัว โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผู้ที่หลงใหลรสชาติอาหารอันโดดเด่นที่สุพรรณิการ์โฮม ขอนแก่น วันนี้อาหารพื้นบ้าน สูตรฝีมือคุณยายได้เดินทางมาสู่กรุงเทพฯ ในราคาสบายๆ พร้อมสร้างประสบการณ์ที่จะเป็น เสมือนการเยี่ยมเยียนห้องครัวของครอบครัว รำลึกถึงรสชาติอาหารในแบบที่คุ้นเคยและ ชื่นชมมรดกตกทอดของครอบครัว

ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ ผลงานการร่วมมือของเพื่อนพี่น้องในการสร้างสรรค์ สถานที่ใจกลางเมือง ที่ทุกคนสามารถร่วมกันแบ่งปันความสุขจากอาหารไทยรสชาติดั้งเดิม อย่างที่ธนฤกษ์กล่าวว่า“ห้องทานข้าวสุพรรฺณิการ์จะเป็นเสมือนห้องทานข้าวที่อบอุ่นของ ครอบครัว ผ่านความอร่อยที่ส่งต่อมากว่า 80 ปี”

ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์

BTS: ทองหล่อ

ที่อยู่: 160/11 ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา
กทม 10110

ติดสอบถม: +66 (0)2 714 7508

ปิดทุกวัน
11.30 น. – 14.30 น.
17.30 น. – 23.00 น. (สั่งอาหารรายการสุดท้าย  22.15)

 

9. ร้าน Steve Café & Cuisine

ร้าน Steve Café & Cuisine ตกแต่งเป็นแนวย้อนยุคหรือ Retro ปี 1997 แต่แต่งแต้มไปด้วยสีสัน เช่นห้องสีเหลืองมัสตาร์ด หรือห้องสีส้มคลาสสิค เพิ่มความสดใสให้กับภายในของบ้านริมแม่น้ำที่มีอายุกว่า 60 ปีซึ่งบรรยากาศของความเป็นบ้านริมแม่น้ำแบบดั้งเดิมยังได้รับการรักษาไว้อย่างครบถ้วน ผู้ที่แวะมาชิมอาหารสามารถเลือกที่จะนั่งด้านนอกใกล้ชิดธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธ์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหรือภายในห้องปรับอากาศที่สามารถมองเห็น ทิวทัศน์งดงามของแม่น้ำได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ ทางร้านยังสามารถจัดเป็นกลุ่มส่วนตัว 10-20 คนให้ได้อีกด้วย

ร้าน Steve Café & Cuisine อยู่ในบริเวณท่าเรือของวัดเทวราชกุญชร ซึ่งเป็น วัดหลวงที่เก่าแก่มากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มีพระพุทธรูปที่มีศิลปะอันสวยงาม ลูกค้าที่มารับประทานอาหารสามารถแวะกราบไหว้พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ สามเศียร ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดและหน้าทางเข้า ชมพิพิธภัณท์ไม้สักทองและ แวะสักการะขอพรองค์เทวราชนิมิตร ซึ่งส่วนใหญ่คนจะมาขอพรด้านธุรกิจ เงินทอง
และความรัก นอกจากนี้ยังสามารถแวะให้อาหารปลาที่ท่าเรือวัด ซึ่งเป็น
ประสบการณ์ดีๆครบถ้วนทั้งอิ่มอร่อยกับอาหารจานเด็ด ผ่อนคลายในบรรยากาศ
ริมน้ำ ชมสถานที่สวยงาม แถมด้วยการขอทำบุณทำทานขอพรจากสิ่งศักดิสิทธิ์
เป็นสิริมงคล

 

ร้าน Steve Café & Cuisine

เปิดบริการทุกวัน: 11:00 – 22:30

ที่อยู่: 68 ถนนศรีอยุธยา ซอยศรีอยุธยา21 (ซอยวัดเทวราชกุญชร บริเวณท่าน้ำวัดเทวาราชกุญชร กรุงเทพมหานคร 10300

ติดต่อสอบถาม: +66 (0)81 868 0744, +66 (0)2 281 0915, +66 (0)2 280 2989

 

 

 

 

8. ร้านอาหารท่านหญิง

ที่สืบทอด “ตำราอาหารไทยของหม่อมเจ้าหญิงสุลัภวัลเลง วิสุทธิ” พระขนิษฐาใน
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ในล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ที่มีทายาท คือ หม่อมราชวงศ์ โสรัจจ์ วิสุทธิ
(คุณชายแจ็ค) เป็นผู้สืบทอดสูตรอาหารไทยต่างๆ ของท่านหญิงแม่ มาเผยแพร่ โดยเปิด
เป็นร้านอาหารไทย ที่ใช้ชื่อว่า ” ร้านท่านหญิง” ในซอย ถนนประมวญ สีลม

ท่านหญิง ร้านอาหารไทยต้นตำรับชาววังซึ่งในแต่ละมีเมนูจะมีความพิถีพิถันในทุกๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบให้มีความใหม่ สด สะอาด การปรุงรสที่ต้องทำตามสูตรของร้านโดยเฉพาะ ทำให้อาหารทุกจานมีความอร่อยเท่ากันและได้รสชาติแบบไทยแท้

 

เมนูที่แนะนำของทางร้านคือข้าวแช่ตำรับหม่อมเจ้าหญิงสุลัภวัลเลง วิสุทธิ ที่แตกต่างจากที่อื่นเรื่องเครื่องเคียงและรสชาติ หมี่กรอบโบราณที่หอมกลิ่นผิวส้มซ่า แกงเขียวหวานเนื้อพริกขี้หนูที่เสิร์ฟมาพร้อมโรตีกรอบ ยำก้านคะน้า ปลาดุกฟูทอดกรอบผัดเผ็ด และเมนูอื่นอีกมากมายให้เลือกรับประทาน

 

ร้านอาหาร ท่านหญิง

เปิดบริการทุกวัน : 11:30 น. (สั่งอาหารรายการสุดท้าย  22.15น.)

ที่อยู่ : 10 ซ.สีลม 17 – สีลม 19 ถ.สีลม สีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500

ติดต่อ : (66) 02-236-4361, (66) 02-235-0371

 

7. ต้นเครื่อง ทองหล่อ 13

ร้านต้อนเครื่อง ถือเป็นร้านอาหารไทยตำรับชาววังที่เปิดเป็นร้านแรกในย่านทองหล่อแห่งนี้ นับรวมเวลาก็ประมาณ 20 กว่าปีแล้วครับ เมนูของร้านเน้นหนักไปที่อาหารไทย และยังมีอาหารจีนให้บริการด้วยครับ เมนูหลากหลายมาก มากกว่า 200 เมนู เรียกว่าคงต้องมาหลายครั้งถึงจะลองครบทุกจาน

ร้านจะแบ่งเป็น 2 โซนมีทั้งห้องแอร์ และ โซนเอาท์ดอร์ที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ร่มรื่นครับ บรรยากาศอาจจะดูเก่า แต่ภายในสะอาดสะอ้าน หากมาช่วงเย็นๆ แนะนำให้จองก่อน เพราะนักท่องเที่ยวทั้งฝรั่งและญี่ปุ่นเยอะมาก เยอะกว่าคนไทยหลายเท่านัก โซนที่เป็นห้องแอร์เต็มแน่ๆครับ อาจต้องนั่งโซนเอาท์ดอร์ ถึงจะร่มรื่น

เมนูที่แนะนำของร้านมีหลายเมนูมากครับ สามารถดูในเมนูได้เลย ส่วนเมนูแนะนำมีดังนี้
– ห่อหมกขนมครก  เนื้อเนียน ไม่เผ็ดมาก รสชาติอร่อย
– ขาหมูไม่หวานเหมือนที่ขายกันตามตลาดทั่วไป หนังนุ่มอร่อย
– ต้มยำกุ้ง รสชาติจัดจ้าน ตามตำหรับอาหารไทย
– หมี่กรอบ รสชาติต่างจากที่ไปกินที่ตลาดพลู
– เป็ดต้นเครื่อง เป็นอาหารจีนเครื่องจัดเต็ม
– เมนูเป็นเครื่องดื่ม กาแฟใส่มาสเมลโล่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต้นเครื่อง ทองหล่อ 13

เปิดบริการทุกวัน : 11.00-22.30 น.

ที่อยู่ : 239 ซ.ทองหล่อ 13 (สุขุมวิท 55) คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพมหานคร.

ติดต่อ : 0-2391-8703, 0-2391-8719

 

6. โบ.ลาน

หลังจากประสบความสำเร็จในฐานะเชฟมือทอง เจ้าของรางวัลหนึ่งใน 50 ร้านอาหารยอดเยี่ยมของเอเชีย เมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุด “เชฟโบ” ดวงพร ทรงวิศวะ อดีตพิธีกรรายการอาหารยอดนิยมและเจ้าของร้านอาหารไทยระดับพรีเมี่ยม ย่านสุขุมวิท “โบ.ลาน” พร้อมกับสามี เชฟดิลลัน โจนส์ กำลังเตรียมตัวบินลัดฟ้าไปประกาศศักดาถึงความยิ่งใหญ่ของศาสตร์การปรุงอาหารไทยกันอีกครั้งที่ประเทศออสเตรีย ณ ร้านอาหารชื่อดังระดับมิชลินสตาร์ “IKARUS” ที่เมืองซาลซ์บูร์ก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในหมู่เซเลบคนดังระดับโลก

ล่าสุด เชฟโบ ได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลเวิฟ คลิกโกต์ (Veuve Clicquot) สาขาเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2556 ซึ่งจัดโดยนิตยสาร Restaurant และได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 50 สุดยอดร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับของ The World’s 50 Best Restaurants Academy

ทั้งเชฟโบและเชฟดิลลันมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในศาสตร์การทำอาหารไทย จึงเปิดร้านโบ.ลาน ขึ้นในปี 2552 ด้วย ความตั้งใจที่จะธำรงรักษาพิธีการปรุงอาหารรสชาติแบบไทยแท้ให้คงอยู่ต่อไป ทุกเมนูที่ผ่านมือจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นที่ถูกปากถูกใจของนักชิมชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

ในเดือนพฤษภาคมนี้ เชฟโบและเชฟดิลลัน ได้รับเชิญให้ไปแสดงฝีมือการทำอาหารที่ร้าน IKARUS ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกและตั้งอยู่ใน Hangar-7 ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ขนาดมหึมาที่เป็นมากกว่าโรงเก็บเครื่องบินที่จัดแสดงเครื่องบินโบราณและรถแข่งฟอร์มูล่าวันมากมาย โดยมี มร.ดีทริช มาเตอชิทซ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท เรด บูลล์ เป็นเจ้าของ

เชฟโบ กล่าวว่า ทั้งเชฟโบและเชฟดิลลันรู้สึกยินดีมากที่ได้รับเชิญไปเป็นเชฟที่ร้าน IKARUS โดยจะบินไปที่นั่นในฐานะทูตอาหารไทย หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้โอกาสนี้เผยแพร่อาหารไทยและทำให้เอกลักษณ์รสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิมเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“เราทั้งคู่มองว่า อาหารไทยเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลในรสชาติที่แตกต่างกัน ดังนั้น เมนูอาหารของร้านโบ.ลาน จึงจะถูกปรับเปลี่ยนและพัฒนาไปเรื่อยๆ แล้วแต่ว่าช่วงนั้นจะมีวัตถุดิบพืชผัก เนื้อสัตว์ เครื่องเทศตามฤดูกาลอะไรที่เหมาะสมจะนำมาปรุงอาหาร” เชฟโบ กล่าวต่อว่า การได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลรางวัลเวิฟ คลิกโกต์ สาขาเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2556 ถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากฝีมือของเธอเพียงคนเดียว แต่ยังต้องยกความดีนี้ให้กับ เชฟดิลลัน สามีของเธอ รวมถึงพนักงานของร้านโบ.ลาน ทุกคนอีกด้วย

“นอกจากนี้ โบยังต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกๆ คน ที่หลายคนในจำนวนนี้อุดหนุนเรามาตั้งแต่ร้านเปิดเลยทีเดียว”

กับคำถามว่า ทำไมถึงเลือกมากลับมาเปิดร้านที่ประเทศไทย ทั้งที่มีโอกาสอื่นอีกมากมาย เชฟหญิงของร้านโบ.ลาน กล่าวว่า เธอตั้งใจที่จะทำให้ร้านแห่งนี้ เป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดในโลก เธอจึงเลือกมาเปิดร้านที่นี่ เพราะสำหรับประเทศไทยแล้ว อาหารถือเป็นองค์ประกอบสำคัญทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน

สำหรับการประกาศผลรางวัล 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก และ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียที่ร้านโบ.ลาน ได้รับเลือกล่าสุดนี้ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยการใช้ผลโหวตของสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 900 คนจากทั่วโลก ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมร้านอาหาร โดยการให้คะแนนถึงแม้มีกฎเกณฑ์เข้มงวด แต่ก็ยุติธรรม เพราะกรรมการแต่ละคนสามารถเลือกลงคะแนนให้ร้านอาหารเล็กๆ ที่ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักได้ ถ้าหากร้านอาหารร้านนั้นมีคุณสมบัติดีเยี่ยมและเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

โบ.ลาน

เปิดบริการทุกวัน: 12:00น.–14:30น., 18:00น.–22:30น.

ที่อยู่: 24 ซอย สุขุมวิท 53 แขวง คลองตันเหนือ เขต วัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย

ติดต่อ : +66 2 260 2962

 

5. สวนบัว

ลิ้มรสไทยแท้ ในบรรยากาศแบบชาววัง ร้านสวนบัว เป็นอาหารเก่าแก่ในโรงแรม Centara Grand ลาดพร้าว ซึ่งเปิดมานานกว่า 30ปี เมนูเด็ดของร้านได้แก่ กุ้งทอดซอสมะขาม , กุ้งโสร่ง , ยำส้มโอ
ห้องอาหาร “สวนบัว” โรงแรม เซนทารา แกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ด้วยอาหารไทยน่าสนใจหลายเมนูและบรรยากาศของห้องอาหารเป็นบ้านไทย สวยงามดี มีดนตรีไทยบรรเลงคลอในห้องอาหารตลอด ทานแล้วได้บรรยากาศชาววังมากๆ

อาหารที่นี่รสชาติละมุนกลมกล่อม ไม่เผ็ดมากนัก เหมาะกับคนไม่ทานเผ็ด แต่ถึงจะไม่เผ็ด ก็ยังได้ใจในเรื่องความครบรสแบบอาหารไทยแท้ๆ

เริ่มที่ของกินเล่นกันก่อน “ยำส้มโอ” “ยำส้มโอ” ที่ “สวนบัว” รสชาติดีมากๆ เพราะมีทั้งเปรี้ยวและหวานผสมกลมกลืนกันอย่างดี และได้กลิ่นหอมของหอมแดงเจียวที่โรยหน้ามา เป็นตัวช่วยชูรสด้วย และเนื้อส้มโอก็ไม่แฉะจนเกินไป

ต่อมาเป็นเมนูหาทานยาก “กุ้งโสร่ง” กุ้งพันกับเส้นหมี่แล้วเอาไปทอดจนกรอบ ซึ่งที่สวนบัวก็แอบเป็นฟิวชั่นหน่อยนึง ด้วยการราดซอสมะม่วงลงไป รสชาติมะม่วงเปรี้ยวๆ หวานๆ ช่วยชูรสชาติให้กับกุ้งและเส้นหมี่กรอบๆ ได้เป็นอย่างดี ทายแล้วสดชื่น

ส่วนอาหารจานหลัก จะเมนูเป็นเมนูที่รสชาติเข้มข้นอยู่สักหน่อย จึงเหมาะจะสั่งมากินกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นที่สุด

จานแรกคือ “กุ้งซอสมะขาม” กุ้งแม่น้ำชุบแป้งบางๆ แล้วทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ราดด้วยซอสมะขามเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นหอมแดงเจียว เนื้อกุ้งเหนียวนุ่มดีเข้ากับซอสมะขามมากๆ

ต่อมาเป็นเมนู “ปลาแซลมอนราดพริกแกงเขียวหวาน” เป็นการประยุกต์เอาปลาแซลมอนมาทำแกงไทย เพราะปลาแซลมอนเป็นปลาที่เนื้อหนานุ่มและก้างน้อย ทานง่าย ได้เนื้อได้หนัง ส่วนน้ำแกงเขียวหวานก็รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นเครื่องแกง และปรุงมาแบบขลุกขลิก แล้วราดลงบนชิ้นปลา เวลากินก็ตัดชิ้นปลาไปจิ้มในน้ำแกงเขียวหวานสักหน่อย ให้น้ำแกงซึมเข้าไปเนื้อปลา

สุดท้ายพบกับ“ต้มยำทะเลทอง” ต้มยำน้ำใสที่ระดมใส่ซีฟู้ดไว้เพียบ ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่ และเนื้อปลา พร้อมเครื่องต้มยำ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง และพริกแห้ง ที่ใส่มาแบบจัดเต็มแน่นไปทั้งถ้วย รสชาติต้มยำถ้วยนี้ออกไปทางเปรี้ยวๆ แต่ไม่ได้เผ็ดมากนัก คนไม่กินเผ็ด สามารถกินได้อย่างสบายใจ

 

เปิดบริการทุกวัน: 11:30 – 14:30น. และ 18:00 – 22:30น.

ที่อยู่: โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ กรุงเทพมหานคร (ชั้นล๊อบบี้ ใกล้สระน้ำ จากถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) ตรงไปเซ้นทรัลลาดพร้าว ผ่านตึกฐานศก. และโรงเรียนหอวัง)

ติดต่อ : 02-541-1234

 

4. ห้องอาหารน้ำ

“อาหารไทย” เป็นอาหารประจำชาติของประเทศไทย มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของนานาชาติ เรียกว่าหากใครได้ลองลิ้มอาหารไทย เป็นต้องติดใจและชื่นชอบในเสน่ห์ของอาหารไทย ทั้งหน้าตาของอาหารอันสวยงามประณีต และรสชาติอันครบรสชวนลิ้มลอง


ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้กล่าวอ้างเกินจริง เพราะว่าห้องอาหารที่ชื่อว่า “น้ำ” (nahm) เป็นห้องอาหารของโรงแรมเมโทรโพลิแทน กรุงเทพฯ ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งจัดขึ้นโดย The World’s 50 Best Restaurants Academy

อาหารไทยของที่ห้องอาหารน้ำแห่งนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเชฟเป็นชาวออสเตรเลีย ชื่อว่า เดวิด ทอมป์สัน ผู้หลงใหลในเสน่ห์ของอาหารไทย และได้ทำการศึกษาค้นคว้าหาสูตรอาหารไทยดั้งเดิม และนำมาปรุงแต่งเป็นอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ทางเชฟได้รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษ คัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพและสดใหม่ เพื่อให้ได้ลิ้มรสอาหารไทยแบบต้นตำรับ

สำหรับอาหารไทยของที่นี่มีทั้งแบบอลาคาสและแบบเซ็ตเมนูให้เลือกสั่งมากินกันตามใจชอบ และมีเมนูหลากหลายให้ได้เลือกสั่งกัน เช่น

 กอและหอยแมลงภู่
ข้าวทอดแหนมสด
ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลา
ยำตะไคร้
ผัดกระเทียมดองใส่กุ้ง ไก่ และไข่
แกงเผ็ดไก่
ลอดช่องทรงเครื่อง
ขนมเบื้องหวานลำไย

 

 

 

 

เปิดบริการทุกวัน: 12:00 – 14:00น. และ 19:00 – 23:00น.

ที่อยู่ : 27 ซ.สาทร 7 แยก 1 ถ.สาทรใต้ ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพฯ 10120

ติดต่อ : 02-625-3388

 

3. ร้านอาหารศาลาริมน้ำ แมนดารินโอเรียนเต็ล

ศาลาริมน้ำ เรือนทรงไทยที่สร้างและตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามด้วยสถาปัตยกรรมของทางภาคเหนือนี้เป็นหนึ่งในห้องอาหารของโรงแรม Mandarin Oriental

ดื่มด่ำกับบรรยากาศเรือนไทยริมน้ำ พร้อมอร่อยกับบุฟเฟต์อาหารไทยตำรับชาววัง อาหารตามฤดูกาลที่อร่อย บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา
มีเรือของโรงแรมบริการจากฝั่งพระนครมาที่ธนบุรี ทานอาหารที่ศาลาริมน้ำ เรียบร้อย บริการข้ามกลับไปที่ฝั่งพระนคร พร้อมทั้งบรรยากาศสะบายสายตา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่มรื่นด้วยดอก

ไม้ต้นไม้รอบทิศ โต๊ะวางไว้แบบสบายๆ บริการจากพนักงานดีเยี่ยม เดินทางง่ายๆด้วยรถไฟฟ้า สามารถดื่มต่อ และใช้เวลาพิเศษนี้กับครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนฝูง โต๊ะมีทั้งในห้องแอร์และด้านใน แนะนำว่าให้นั่งด้านนอก สูดอากาศริมน้ำให้ชื่นหัวใจ ถ้าหากสนใจในการแสดงของไทยเราจะเป็นสิ่งที่ดีมากถ้าได้มาทานอาหารที่ศาลาริมน้ำอีกทั้งรสชาติอาหารเป็นไทยแท้

 

ศาลาริมน้ำยังมีบริการอาหารกลางวันแบบปุฟเฟต์อีกด้วย ซึ่งมีบริการแบ่งออกเป็น2แบบคือ
วันธรรมดา (ราคา 850 บาท/คน) เป็นบุฟเฟต์ที่มีอาหารให้ตักทั้ง appetizer กับข้าว น้ำพริก ขนม และปิดท้ายด้วยชากาแฟซึ่งต้องสั่งกับพนักงานให้เอามาเสิร์ฟให้ร้อนๆ

วันเสาร์-อาทิตย์ (ราคา 1,040 บาท/คน) นอกจากจะมีบุฟเฟต์เหมือนวันธรรมดาแล้ว วันเสาร์-อาทิตย์ จะมีเป็นเมนูอาหารทะเลพิเศษ catch of the day ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆในแต่ละอาทิตย์

เมนูแนะนำ : แกงเขียวหวานไก่, ต้มยำกุ้ง, ยำส้มโอ, พล่ากุ้ง

ร้านอาหารศาลาริมน้ำ แมนดารินโอเรียนเต็ล

เปิดบริการทุกวัน: 12:00 – 15:00น. และ 17:00 – 22:30น.

ที่อยู่: 597 ถ.เจริญนคร คลองต้นไทร คลองสาน กรุงเทพฯ 10600

ติดต่อ: 02-659-9000 , 02-236-0400 , 02-437-3080

 

2. ครัวสา รสจัด

ร้านอาหารไทยรสจัด ที่เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี – ในบรรยากาศอบอุ่นท่ามกลางวัตถุโบราณที่ประดับประดาทั่วร้าน ให้บรรยากาศแบบไทยๆ ให้เข้ากับอาหารแต่ละจานที่เสิร์ฟ ที่เน้นเมนูแบบไทยๆ ที่แม้จะเป็นสูตรที่ร้าน “สารสจัด” คิดค้นขึ้นมาเองโดยเฉพาะ แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะคงไว้ซึ่งความเป็นไทยทุกจาน เช่น เมนูชื่อแปลก “หอยแครงดิสโก้” หอยแครงลวกสุกได้ตามสั่ง ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดแซ่บ ที่กินแล้วหอยแครงคงเข้าไปเต้นดิสโก้อยู่ในปากสมชื่อเมนู หรือ “ยำถั่วพลู” เมนูที่มีขายอยู่หลายร้าน แต่หาร้านที่ทำออกมาได้อร่อยค่อนข้างยาก ซึ่งที่ “สารสจัด” สามารถทำออกมาได้ถึงเครื่องน้ำยำจริงๆ ไม่หวานเกินไป หรือเค็มเกินไป หรือจะลอง”ขนมจีนแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย” ที่รสชาติถึงเครื่องแกงเขียวหวาน เข้าคู่กับลูกชิ้นปลากรายเนื้อเหนียวหนุบหนับเคี้ยวสนุกปาก กินคู่กับ “ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม” ที่ใครไปร้าน “สารสจัด” แล้วไม่สั่งถือว่าไปไม่ถึงร้าน “สารสจัด” หรือจะลอง “ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำ” ที่ใช้กุ้งแม่น้ำตัวยักษ์รสเข้มข้มผัดกับเครื่องแกงเผ็ด และกะทิหอมมันครบรส ตบท้ายด้วยขนมหวานอย่าง “ลูกตาลลอยแก้ว” ที่ใช้ลูกตาลอ่อนๆ มาลอยแก้ว อร่อยชื่นใจ

 

หอยแครงดิสโก้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครัวสา รสจัด

เปิดบริการทุกวัน: 11:00น. –22:00น. , *(วันแม่) เวลาทำการอาจแตกต่างกันไป

ที่อยู่: ซ.วิภาวดี 44 ถ.วิภาวดี เขตจตุจักร กรุงเทพ จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ไทย

ติดต่อ: 02-579-0022

 

1. อิษยาสยามมิสคลับ

อิษยาสยามมิสคลับ ร้านอาหารนานาชาติ ที่เสิร์ฟด้วยวัตถุดิบชั้นเยี่ยม คงความสดใหม่ สะอาดมีคุณภาพและประโยชน์ต่อร่างกาย ถูกปรุงจากเชฟฝีมือดระดับประเทศ อย่างเชฟเอียน บรรยากาศไทยๆ ของร้านเป็นบ้านสองชั้น โปร่ง เหมือนบ้านสมัยก่อน ล้อมรอบด้วยต้นไม้นานาชนิดให้ความร่มรื่น ภายในบ้านถูกตกแต่งให้เหมือนห้องนั่งเล่นหลายห้อง ถูกลงสีด้วยสีสันสะดุดตา ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน ทางร้านมีบริการทั้งอาหารจานหลักและของหวาน อาทิ ปลากะพงอบพริกแกง, พล่าผักรวม, ข้าวผัดเห็ดเผาะ, แกงฮังเล, ขนมดอกมะลิ, ขนมโค และเครื่องดื่มรสชาติดี อาทิ Cocktail หรือ Mojito ที่เสิร์ฟมาพร้อมถ้วยไม่ไผ่ ให้ความรู้สึกถึงความเป็นไทย

ที่มาที่ไปของร้าน Issaya Siamese Club (อิษยาสยามมิสคลับ)
เชฟพงษ์วัฒน์ “เอียน” เฉลิมจิตติชัยเป็น “เชฟผู้มีชื่อเสียง”เขากลายเป็นคนไทยคนแรกของโลกที่ได้เป็นเชฟระดับสูงของโรงแรมระดับ 5 ดาวตำนาน Four Seasons Hotel กรุงเทพมหานคร

 

 

อิษยาสยามมิสคลับ

 

เปิดบริการทุกวัน: 11.00 – 14.30 น. และ 18.00 – 24.00 น.

ที่อยู่ : 4 ซ.ศรีอักษร ถ.เชื้อเพลิง ทุ่งมหาเมฆ สาทร กรุงเทพฯ 10120

โทรศัพท์ : 026729041 , 026729040

แชร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *